เค้าโครงจากเรื่องจริง
สำหรับผู้ที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นทุกคน เป้าหมายในการเรียนของเราคืออะไรคะ ต่างคนก็ต่างเหตุผลกันนะคะ ต่อไปนี้เป็นเหตุผลหรือเบื้องหลังการตัดสินใจเรียนภาษาญี่ปุ่นของแต่ละเคส เนื้อหาส่วนหนึ่งมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงๆ แต่มีการแต่งหรือเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน แต่เคสสุดท้ายเป็นเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นของลีที่ไม่มีการแต่งเติมเรื่องราวใด ๆ
ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ
เคสที่หนึ่ง นักท่องเที่ยว
เจ๊ผู้ยุ่งกับงานอยากพัก
ยุ๊งงงงงงยุ่งงงงง ไฝว์กับงานทุกวัน พอสมองจะระเบิดแล้วก็อยากพัก หันไปเห็นวันลาอ้าวเหลือเยอะ ต้องรีบใช้สิทธิก่อนวันลาจะโดนตัด คิดแล้วก็ยื่นใบลาทันที หลังจากใช้สายตาเว้าวอนแกมตัดพ้อ บีบนวดที่ปวดเมื่อยปานเด็กเอ็น ฯ จนหัวหน้างานมองหน้าแบบเอ็นดู (หรือดูเอ็น) จรดปากกาตวัดลายเซ็นต์ปุ๊บปั๊บ ไม่นานหลังจากนั้นอิฉันก็มาโผล่ที่สนามบินในโตเกียวทันที แหม อิเจ๊อย่างเรานี่มันเจ้าแม่เครื่องร้อนบิดปุ๊บสตาร์ตติดง่ายยยย
พอถึงเคานเตอร์อิมมิแกร้นต์ (ตรวจคนเข้าเมือง) พร้อมกับอิลูกกรอกสองคนที่เดินทางมาด้วยกัน เจ้าหน้าที่ทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น เดี๊ยนก็ฝึกมาอย่างดี โอฮาโยยยยยยว (สวัสดีตอนเช้า) ค่า เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า คมบังวะ (สวัสดีตอนเย็น) โอ๊ย แม่ ใช้คำทักทายผิดเวลา แต่อิมมิแกร้นต์ท่านใจดี เข้าใจ ก็สปีคอิงลิชนิด ๆ หน่อย ว่ามาทำอะไรอยู่กี่วัน พักที่ไหน ไปประเทศไหนมาบ้าง ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ให้ผ่าน ซีทรูตลอดจนถึงทางออกเท่านั้นแหละ ถึงกับเหวอ โอ๊ยย ภาษาอังกฤษมีนิดหน่อย ภาษาญี่ปุ่นเยอะมากกกก เอาแล้วไง นี่เดินทางกันเองตั้งแต่จองตั๋วทุกอย่าง แทบจะแบ็กแพ็กแล้ว แต่จองโรงแรมก่อนมา โชว์ที่อยู่โรงแรมให้แท็กซี่แล้ว แท็กซี่อ่านแล้วเกาหัวแกรก ๆ แต่ความเจนประสบการณ์ของแท็กซี่สนามบินก็ยังรอด แท็กซี่เปิดแม็ปแล้วพาอิเจ๊กับอิลูกกรอกไปถึงโรงแรมจนได้
ลงแท็กซี่ปุ๊บควักเงินให้แล้วทิปไปเซงเยน (พันเยน) ที่ทิปนี่ไม่ใช่อะไรนะ ประทับใจประตูแท็กซี่แหมมันเปิดปิดเองได้ ที่ไทยแลนด์ไม่มีแท็กซี่เปิดเองได้ ให้ทิปเทคโนโลยีเขา จริง ๆ อยากทิปห้องน้ำสนามบินเหลือเกินแล้วบอกว่า เพื่อจะทิปแล้วบอกว่าทีหลังเอาชักโครกธรรมดามาค่าาาาาาา มันอ่านบ่อ๊ออกกกก ปุ่มก็เยอะเหลือเกิน เข้าโรงแรมเช็กอิน พนักงานโรงแรมพูดภาษาอังกฤษ โอ้ววว นี่ไงคนพูดภาษาอังกฤษได้ เจ๊รอดแล้ว คืนนั้นนอนกันอย่างสงบ
เช้าวันถัดมาว่าจะไปเที่ยวเมืองคามาคุระในตำนานหน่อย ก็พากันตื่นเข้ามาทานอาหารเข้าเป็นข้าวต้มแบบญี่ปุ่น เออ อร่อยดี เจ๊ชอบ ก็วางแผนเดินไปสถานีรถไฟที่อยู่ห่างไปสิบนาทีตามที่โรงแรมบอก นึกในใจว่า ถามทางโรงแรมมาอยากดี ไม่ต้องดูกูเกิลแมปแล้ว แต่พอออกจากโรงแรมเท่านั้นแหละ ตามทางมีแต่ภาษาญี่ปุ่น จะเลี้ยวตรงนี้มันจะถูกมั๊ย จะถามใครก็ไม่รู้จะคุยยังไง รีบเปิดกูเกิลแมปดูทันที (เจ๊ตุย) พอหาทางไปจนถึงสถานีรถไฟก็โชคดีหน่อยที่เครื่องซื้อตั๋ว และเจ้าหน้าที่เข้าใจภาษาอังกฤษบ้าง แต่อิเจ๊จะบอกว่าพอถึงคามาคุระเท่านั้น กว่าจะหาทางไปวัดได้ แล้วยังสถานที่เที่ยวอื่นที่ไม่ใช่ในโตเกียวหรือจังหวัดรอบ ๆ โตเกียว โอ้โหเธอเอ๊ย อิเจ๊ผมหงอกทั้งหัวทันที ทั้งที่สถานีรถไฟ ทั้งร้านอาหาร หาทางไปวัด ไปดิสนีย์แลนด์ ไปแหล่งเที่ยวอื่น ๆ ตุยเย่มั๊ยล่ะเธ๊ออ เจอภาษาญี่ปุ่นเต็มคาราเบล
เที่ยวแบบใส่ตีนกบดำไปพอได้นะ แต่ถ้าอยากซาบซึ้งวัฒนธรรมเค้า อยากสั่งอาหารแบบเข้าใจอ่ะว่าอันนี้มันใส่อะไร เมนูอาหารอะไรน่าสนใจบ้าง มันต้องอ่านได้มั่ง ครั้นอยากจิได้เพื่อนหรือหวานใจคนญี่ปุ่น ก็ต้องรู้ภาษาเขาบ้าง อิเจ๊เริ่มคิดในใจแล้ว ภาษาญี่ปุ่นติดศูนย์แบบนี้จะไปเจอยังไง ไม่ได้ ๆ เจ๊ต้องเรียนแล้ว จะพื้นฐาน จะสนทนาอะไรก็ต้องให้มันพูดได้บ้าง เจอกันนะจ๊ะซากุระหน้า ฉันต้องพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้ อิเจ๊สัญญาาาาาาาาา รอบบนี้เจ๊สกูบ้าาาาไปก่อนนน ม่าตะเน๊ (แล้วเจอกัน)

